October 4, 2022

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกาศเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันให้น่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น เริ่ม ปี 2024-2025

การแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่โดยเพิ่มทีมที่เข้ารอบเป็น 36 ทีม และปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้มากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มใช้รูปแบบใหม่ ในปี 2024-2025 นี้

ในเกมการแข่งขันฟุตบอลแต่ละรายการในยุคสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขัน กฎกติกาต่างๆ ไปตามยุคตามสมัย อย่างเช่น การนำเอา VAR เข้ามาใช้ในเกมการแข่งขัน ทำให้การตัดสินมีความแม่นยำมากขึ้น แต่บางครั้งก็สร้างความสงสัยในผลการตัดสินอยู่บ้างเหมือนกัน ในศึกชิงแชมป์ยุโรป มีการเพิ่มทีมเป็น 24 ทีม เมื่อปี 2016 เพื่อในแต่ละชาติได้เข้าร่วมเพิ่มความสนุกในเกมการแข่งขันมากขึ้น ส่วนทางด้านการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีการเสนอกันว่าควรจะมีการจัดการแข่งขัน 2ปีครั้ง

ล่าสุด ในเกมการแข่งขันรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นการแข่งขันของสโมสรในยุโรปที่ใหญ่ที่สุด ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้มากยิ่งขึ้น โดยจากเดิม สโมสรที่ได้เข้าร่วมในรอบแบ่งกลุ่มจะมีทั้งหมด 32 ทีม โดยมีการแบ่งเป็น 8 กลุ่ม แยกเป็นกลุ่มละ 4 ทีม แล้วจะมีการคัดเอา 2 ทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบต่อไป โดยโควตาของแต่ละชาติจะมีความแตกต่างกันไป คือ พรีเมียร์ลีก ของประเทศอังกฤษ , ลาลีกา ของประเทศสเปน , กัลโช่เซเรียอา ของประเทศอิตาลี และ บุนเดสลีกา ของประเทศเยอรมัน ในสิทธิเข้าร่วมประเทศละ 4 ทีม ส่วนสโมสรในลีกอื่นๆ ก็จะได้โควตาจากผลงานในรายการการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยูฟ่ายูโรป้าลีก  หากทีมไหนทำผลงานได้ดี และมีค่าสัมประสิทธิ์ที่สูงในยูฟ่า ในรอบ 5 ปีหลังสุด ก็จะมีสิทธิเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม แต่หากทีมไหนที่ทำผลงานได้ไม่ได้ ก็จะต้องไปเล่นในรอบคัดเลือก นอกจากนี้ ยังมีโควตา ของแชมป์ยุโรป ที่มีสิทธิเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย

ทั้งนี้ การแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในรูปแบบใหม่จะมีการเพิ่มโควตาทีมที่เข้ารอบแบ่งกลุ่มจาก 32 ทีมเป็น 36 ทีม และให้มีการยกเลิกในการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม และปรับรูปแบบมาใช้ในระบบลีก โดยจะจัดให้ทั้ง 36 ทีมในยุโรปในมีโอกาสเจอคู่แข่งแบบไม่ซ้ำ โดยจัดให้มีการลงสนามทีมละ 10 นัด โดยแบ่งเป็น เกมเหย้า 5 นัด และเยือน 5 นัด แบบพบกันหมด แต่จะมีการเกลี่ยให้เจอคู่แข่งที่เหมาะสม คือ ในแต่ละทีมจะไม่ต้องเจอแต่ทีมเก่งอย่างเดียวและขณะเดียวกันก็จะไม่ได้เจอกับทีมอ่อนอย่างเดียวเล่นกัน โดยการแข่งขันยังคิดคะแนนในรูปแบบเดิม คือหากชนได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ได้ 0 คะแนน โดย 8 ทีมแรกที่มีคะแนนเยอะที่สุดในตารางคะแนน จะผ่านสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที ส่วนอันดับ 9-24 จะต้องไปเตะในรอบเพลย์ออฟกันอีกครั้งเพื่อที่จะหาอีก 8 ทีม ที่จะเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนอันดับที่ 25 -36 จะตกรอบไปเลย ซึ่งหลังจากเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทุกอย่างก็จะใช้รูปแบบเดิมในการแข่งขันเพื่อค้นหาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อๆ ไป จนถึงได้ ทีมที่จะเข้าไปในนัดชิงชนะเลิศ ส่วนในนัดชิงชนะเลิศก็จะมีการแข่งขันในสนามที่ของ ยูฟ่า ได้กำหนดเอาไว้

โดยโควตาที่เพิ่มมาอีก 4 ทีมนั้นจะมาจาก โดยทางยูฟ่า สิทธิที่หนึ่ง จะมอบให้กับลีกที่ได้โควตาเข้ามาเล่น 3 ทีม และมีค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่า อยู่ในอันดับที่ 5 ซึ่งในปัจจุบันก็คือ ลีกเอิง ของประเทศฝรั่งเศส นั่นก็จะหมายความว่า สโมสรที่อยู่ในลีกเอิง ฝรั่งเศสจะได้โควตาเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ทีม ส่วนสิทธิที่สอง คือ จะต้องเป็นแชมป์ลีกภายในประเทศที่ไม่ได้โควตาผ่านเข้ารอบมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะเป็นทางลีก ออสเตรเลีย ,ตุรกี หรือเดนมาร์ก ส่วนสิทธิที่สามและสี่ ยูฟ่า จะให้โควตาอีก 2 ทีมโดยวัดจากสโมสรใหญ่ ที่ทำผลงานได้ไม่ค่อยดี และจะต้องจบไม่เกินอันดับ 7 ของลีกนั้นๆ ซึ่งโควตานี้เอื้ออำนวยให้กับลีกในพรีเมียร์ลีก อังกฤษเป็นอย่างมาก ซึ่งมีโอกาสที่สูงมากที่สโมสรในพรีเมียร์ลีก จะได้โควตาเข้ารอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกถึงปีละ 6 ทีมด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ในรายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากพวกเขาจบในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งจากเดิมพวกเขาจะต้องไปเล่นถ้วยรองอย่างยูโรป้าลีก แต่ถ้าหากว่าพวกเขามีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด บวกกับเคยทำผลงานที่ยอดเยี่ยมในเกมของยุโรปโดยนับจากฤดูกาลนี้เป็นต้นไป พวกเขาก็มีสิทธิได้รับโควตานี้เข้ามาเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยอัตโนมัติ